การทำ BOM ( Bill of Material )

BOM คือ อะไร

BOM ย่อมาจาก Bill of Material แปลว่า รายการวัตถุดิบ

ที่สั่งซื้อมาทำงานแต่ละงาน เพื่อนำไปคิด ต้นทุนในส่วนของวัตถุดิบ ที่ใช้ในงาน

ซึ่งแน่นอนว่าการที่จะทำ BOM ออกมาได้ก็ ต้องอ่านแบบได้นั่นเอง เราจะได้ทราบว่า

จะสั่งของชิ้นไหน จำนวนเท่าไร ซึ่งเราควรจะคำนวณได้ ซึ่งถ้าชำนาญแล้ว

จะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านวัตถุดิบไปได้มากเลยที่เดียว และควรจะมีความรู้ติดตัวบ้าง

ยกตัวอย่างในงานเหล็ก สิ่งที่ควรทราบคือ

- เหล็กรูปพรรณจะมีความยาว 6 ม. ยกเว้นเหล็ก WF ที่ใช้ทำคาน จะมีความ 6 / 9 / 12 ม.

- เหล็กแผ่นที่มีขายตามท้องตลาดจะมีขนาด 4’x8’ / 5’x10’ / 5’x20’

- ราคาเหล็กที่การเปลี่ยนแปลง ทุกๆ สัปดาห์ ควรให้ร้านทำใบเสนอราคาก่อนและสั่งสินค้าภายใน 7 วัน

ส่วนประกอบของช่องรายการวัสดุ BOM นั้นควรจะมี

- Item / รายการที่

- Description / วัสดุ

- Specification / รายละเอียดวัสดุ

- Qty. / จำนวน

- Weight / น้ำหนัก (วัสดุที่เอาน้ำหนักมาคิดค่าแรง)

- Price ราคาต่อชิ้น

- Total Price ราคารวม

หลังจากรวมราคาแล้วอย่าลืมคิด Vat 7% ด้วยนะครับ

ซึ่งราคา นั้นเราสามารถขอได้ที่ฝ่ายจัดซื้อ หรือ ถ้ารู้จักร้าน เราสามารถขอราคาจากร้านได้ทันที


รูปด้านล่าง ไม่เกี่ยวนะครับ ผมชอบเป็นการส่วนตัว ^^

[ ... ]

การทำ Schedule

Schedule คือ แผนการทำงาน สำหรับงานใดๆก็ตาม เพื่อสร้างระเบียบขั้นตอนในการทำงาน

สิ่งแรกที่เราต้องรู้คือ งานเริ่มเมื่อไร และจะจบเมื่อไร ซึ่งเราจะเขียนได้ก็ต่อเมื่อเราทราบ ขั้นตอนการทำงาน

เราสามารถวางแผนได้ว่า ขั้นตอนนี้เราเริ่มได้วันไหน และใช้เวลาการทำงานกี่วัน



ยกตัวอย่าง การ สร้างบ้านซักหลังมีแบบให้ มีเวลา 3 เดือนให้เราทำ Schedule เราควรจะแบ่งงานอย่างไร

- งานฐานราก + ตั้งเสา 1 เดือน
- ปูหลังคา + ก่อผนัง 1 เดือน
- งานตกแต่งภายใน 1 เดือน

ที่นี้ เราก็มาแยกย่อยว่า งานฐานราก มีอะไรบ้างกี่วันเสร็จ เช่น ขุดหลุม ทำตอม่อ ลงเข็ม เทคานเทพื้น

งานหลังคาทำไรบ้างกี่วันเสร็จ เช่น เชื่อมเหล็ก วางโครงหลังคา มุงหลังคา

งานตกแต่ง เช่น การปูพื้นกระเบื้อง ทาสีบ้าน เก็บรายละเอียด เผื่อเวลางานแก้ไขบางส่วน

หน้าต่าง Schedule จะมีรายละเอียด ดังนี้

- รายการ
- รายละเอียด
- วันที่เริ่มงาน
- วันที่เสร็จงาน
- จำนวนวันทำงาน
- แถบแสดงเวลาการทำงาน

ทั้งนี้เราสามารถสร้าง Schedule ได้ในโปรแกรมทำ Schedule อย่าง Microsoft Project

หรือโปรแกรม Excel ก็ได้เช่นเดียวกัน
[ ... ]

ความรู้วงจร PLC และสัญลักษณ์

PLC : Programmable Logic Controller

PLC คือ วงจรควบคุมอัตโนมัติ ซึ่งนิยมใช้ภายในโรงงานหรืองานระบบ ที่ต้องการการควบคุมแบบอัตโนมัติ

ซึ่งออกแบบได้ง่าย และใช้งานจริงได้ดี และมีความสามารถในการตัดสินใจได้สูง

ซึ่งมีหลายๆบริษัทได้ ทำเป็นโปรแกรมช่วยออกแบบวงจร

เพื่อให้เหมาะแก่ สินค้าอุตสาหกรรม ของตัวเอง

สัญลักษณ์ที่ผมจะเอามาแจกนั้นเป็น

Relay Diagram และ สัญลักษณ์ P&ID ของ PLC นะครับ

ถ้าอยู่ในงานระบบ คงจะมีโอกาสได้เรียนรู้นะครับ

Download ได้ที่นี่ครับ


นี่เป็นตัวอย่างวงจรครับ

[ ... ]

วิธีการแปลงหน่วย พร้อมของแถมท้ายเล่ม

ขึ้นหัวข้อซะเหมือนนิตรสารรายสัปดาห์เลย ^^

วันนี้มาแนะนำการแปลงหน่วยครับ เพราะ บางทีเราก็ต้องแปลงหน่วยตามที่ ลูกค้าต้องการ

หรือ หัวหน้าสั่งมาว่า เฮ้ยเอ็งไปหา ปั้มขนาด 500 LPM มาดิ๊

ที่ยกตัวอย่างเป็น ปั้ม เพราะ ปั้ม จำเป็นต้องใช้การแปลงหน่วย ในการหาสินค้าบ่อยมาก

ซึ่ง เรามองดู กราฟ ของกำลังปั้ม อาจจะเป็น LPM (ลิตรต่อนาที) แต่อัตราการไหล

ที่ใช้ในการคำนวณจริงกลับเป็น ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

หลายๆคนคงจะงงว่า เอ.... เราจะ แปลงหน่วย ที่มันเป็นเศษส่วน มีตัว / ยังไง

งั้นดูตัวอย่างกันก่อน

60 m^3/hour

ลองแปลงเป็น liter /min หรือ LPM ที่เราเรียกกันนั่นล่ะ

( m3 คือลูกบากศ์เมตรนะครับ พิมพ์ ตัวยกไม่ได้ )

1. เปลี่ยนให้เป็น liter ต่อ ชั่วโมงก่อน

จำไว้ว่า

ด้านหน้า / ถ้าหน่วยที่เรา ไปเปลี่ยนมันใหญ่กว่า ให้เอามาคูณ น้อยกว่าให้หาร

ด้านหลัง / ถ้าหน่วยที่เรา ไปเปลี่ยนมันใหญ่กว่า ให้เอามาหาร น้อยกว่าให้คูณ

อย่างง นะครับ ให้หัดเขียนและนึกถึงรูปนี้ไว้









แปลว่า หนวยใหญ่กว่า ด้านหน้าคูณ ด้านหลังหาร


ดังนั้น m^3 ใหญ่กว่า litre ให้คูณ

เมื่อ 1000 ลิตรเท่ากับ 1 m^3

= 30 x 1000 = 30000 litre/hour

2. ต่อเนื่องเลยนะครับ เปลี่ยนให้เป็น ชั่วโมง เป็น นาที และ ชั่วโมงมันใหญ่กว่า นาที ต้องเอามาหาร

ดังนั้นเมื่อ 60 นาที เท่ากับ 1 ชั่วโมง

= 30000 / 60 = 500 Liter/min

แล้วทีนี้ สิ่งที่ควรรู้คือ หน่วย ว่า หน่วยนี้ เท่ากับ หน่วยนี้ เท่าไหร่

ยกตัวอย่าง

1 ลูกบาศก์เมตร = 1000 ลิตร

1 แรงม้า = 746 วัตต์

1 นิ้ว = 25.4 มิลลิเมตร

1 ฟุต = 300 มิลลิเมตร ( โดยประมาณ )

บางทีควรรู้ไว้นะครับ เพราะ เหล็กแผ่นมาตรฐาน เค้าขายเป็น

4x8 5x10 5x20 เราควรตอบได้ทันทีเลยว่า
= 1200 x 2400
= 1500 x 3000
= 1500 x 6000

อ้อ... ถามหาของแถมกันหรือครับ

จัดไปครับ โปรแกรมแปลงหน่วย ทุกสกุลนะครับ วิธีใช้ก็ง่าย งั้นไม่ต้องบอกก็ได้เนาะ ^^

Download ได้ที่นี่ครับ
[ ... ]

ประเภทเหล็กในงานเคลื่องกล

เหล็กที่ใช้ในงานเครื่องกล จะแบ่งตามการใช้งาน มี 4 ประเภท

จะผสมโลหะให้เหมาะต่อการใช้งานในแต่ละชนิดซึ่งมีคุณสมบัติต่างๆกัน ดังนี้

1. Cold Work Tool Steel คือ เหล็กที่ใช้สำหรับงานเย็น
นิยมนำไปใช้ทำแม่พิมพ์ปั้ม ดัดโลหะ และขึ้นรูป เนื่องจากมีคุณสมบัติที่แข็ง และทนต่อแรงกด และแรงเสียดสีได้ดี

ส่วนผสมทางเคมี
Carbon -------------- 1.55 %
Silicon --------------- 0.30 %
Manganese ---------- 0.30 %
Chromium ------ -----12.0 %
Molybdenum -------- 0.70 %
Vanadium ----------- 1.00 %


2. Hot Work Tool Steel คือ เหล็กที่ใช้สำหรับงานร้อน
แน่นอนครับว่า ด้วยความสามารถทนความร้อนได้ดี จึงเหมาะที่จะนำไปใช้ในงาน แม่พิมพ์โลหะ ที่มีความร้อนสูง ทั้งการฉีด หรือการขึ้นรูปโลหะร้อนนั่นเอง

ส่วนผสมทางเคมี
Carbon -------------- 0.38 %
Silicon --------------- 1.05 %
Manganese ---------- 0.40 %
Chromium ------ -----5.20 %
Molybdenum -------- 1.40 %
Vanadium ----------- 1.00 %


3. Plastic Steel เหล็กกล้าสำหรับแม่พิมพ์พลาสติก
คุณสมบัติหลักคือสามารถขัดเงา และทำลวดลายได้ง่าย มีโครเมียมเพื่อทนต่อการกัดกร่อนจาก สารเคมี

ส่วนผสมทางเคมี
Carbon -------------- 0.38 %
Silicon --------------- 0.40 %
Manganese ---------- 0.65 %
Chromium ------ -----16.0 %
Molybdenum -------- 0.60 %
Sulfur---------------- 1.00 %


4. Machinery Steel เหล็กกล้าสำหรับงานจักรกล
จะมีความเหนียวและแกร่งทนต่อแรงบิด และแรงอัด เหมาะต่อการใช้ทำชิ้นส่วนเครื่องจกรกลต่างๆ

ส่วนผสมทางเคมี
Carbon -------------- 0.41 %
Silicon --------------- 0.30 %
Manganese ---------- 0.07 %
Chromium ------ -----1.10 %
Molybdenum -------- 0.20 %
Nickel---------------- 1.50 %


คุณสมบัติของธาตุ

Carbon -------------- ส่วนผสมสำคัญทำให้เหล็กแข็ง
Silicon --------------- เพิ่มคุณสมบัติการจับตัวของเหล็ก และเพิ่มความแข็งแรง
Manganese ---------- เพิ่มค่า yield strength เพื่อทนทานต่อแรงดึง
Chromium ------ -----เพิ่มการต้านทานการสึกกร่อนในสภาพบรรยากาศทั่วไป
Molybdenum -------- เพิ่มการกัดกร่อนแบบพิเศษเช่นน้ำทะเลหรือในสภาพคลอไรด์
Sulfur---------------- อันนี้ไม่ทราบครับ ผู้รู้บอกที T-T
Vanadium ----------- 1.00 %
Nickel---------------- เพิ่มความสมารถในการขึ้นรูปเย็นและการเชื่อม

[ ... ]

ศัพท์งานก่อสร้าง งานโครงสร้าง ที่ควรรู้

ศัพท์งานก่อสร้าง งานโครงสร้างที่ควรรู้

ช่างเขียนแบบจำเป็นต้องรู้ศพท์บ้างนะครับ

ให้เป็นสากลไว้ดีกว่า

นึกคำไหนออกจะมาเพิ่มเติมให้เรื่อยๆนะครับ

----------------------------------

Beam แปลว่า คาน หรือ เหล็กรูปแบบต่างๆ เช่น I-Beam H-Beam

Bracing แปลว่า ตัวค้ำ หรือตัวยึด กันการบึดของโครงสร้าง เช่น สำหรับยึดกำแพง เรียกว่า Wall Bracing

Canopy แปลว่า กันสาด

Column แปลว่า เสา หรือว่า แถว

Fabrication แปลว่า การประกอบชิ้นงาน นิยมเรียกสั้นๆ ว่า Fab

Fence แปลว่า รั้ว

Floor แปลว่า พื้น หรือ ชั้น

Foundation แปลว่า งานพื้น รากฐาน

Ladder แปลว่า บันได

Level แปลว่า ระดับ หรือ ชั้น

Louver แปลว่า บานเกล็ดระบายลม

Plate แปลว่า เหล็กแผ่น

Purlin แปลว่า แป, ชิ้นส่วนย่อยที่รองรับ การมุงกระเบื้อง หรือ แผ่น metal sheet

Rafter แปลว่า จันทัน, ขื่อ

Rail แปลว่า ราวกันตก

Rod แปลว่า ท่อน ในงานโครงสร้างหมายถึงเหล็กกลมตัน

Roof แปลว่า หลังคา

Sag Rod แปลว่า เหล็กที่ยึด อยู่ระหว่าง แป

Stiffener แปลว่า แผ่นเหล็กสำหรับเสริมความแข็งแรง

Thickness แปลว่า ความหนา

Truss แปลว่า โครงถัก เช่นโครงหลังคา หรือ โครงสะพาน

Ventilator แปลว่า ตัวระบายอากาศ เช่น Roof hat Ventilator


[ ... ]

E - Book ที่น่าสนใจ

Text Book ที่ผมนำมาแบ่งปันนี้เป็นข้อมูล

สำหรับผู้ที่สนใจนะครับ จะอัพเดทเรื่อยๆ

จะคัดเอาที่น่าอ่านจริงๆมาให้

ดังนั้นถ้าสนใจ โหลดไปคงจะไม่ผิดหวังกันนะครับ



Auto CAD Learning (Thai)
คู่มือสอนการเขียนแบบสำหรับผู้เริ่มเรียน
Download File ได้ที่นี่ครับ

Structure Cost Estimate ( Thai )
การคำนวณราคากลางของงานก่อสร้างอาคาร
Download File ได้ที่นี่ครับ

Sand Filter Guide (Thai)
ความรู้เรื่อง ถังกรองทราย
Download File ได้ที่นี่ครับ

Refrigeration (Thai)
ระบบการทำความเย็น
Download File ได้ที่นี่ครับ

Universal Home Design (English)
พื้นฐานการออกแบบบ้าน
Download File ได้ที่นี่ครับ

Engineering & Piping Design Guide (English)
การออกแบบระบบงานท่อ
Download File ได้ที่นี่ครับ

Truss Frame Construction (English)
การออกแบบโครงสร้างหลังคา
Download File ได้ที่นี่ครับ

Electrical Power Distribution And Loading (English)
วงจรไฟฟ้ากำลังและการกระจายโหลด
Download File ได้ที่นี่ครับ

PLC Programing Guide (English)
คู่มือการใช้งานโปรแกรม PLC
Download File ได้ที่นี่ครับ

Flange (English)
ความรู้ เรื่อง หน้าแปลน
Download File ได้ที่นี่ครับ

Auto Cad Visual LISP Tutorial (English)
คู่มือแนะนำ การเขียน Lisp ด้วยโปรแกรม Autocad visual lisp
Download File ได้ที่นี่ครับ
[ ... ]

แจก Font ไทย CAD

แน่นอนว่าปัญหาหลักๆอย่างหนึ่งใน การเขียนแบบคือ ปัญหา เครื่องอ่าน Font ในแบบไม่ออก

เพราะในเครื่องไม่มี Font นั้นๆ นั่นเอง

วิธีแก้ไขง่ายๆ คือโทรให้เจ้าของแบบส่ง Font ใน Program file มาให้ ง่ายไหมครับ

ไม่ง่ายเหรอ

งั้นก็ต้องหา Font เองใช่ไหมครับ Font ที่ผมให้ มีทั้ง font อังกฤษ font ไทย

ประมาณ 2 m นะครับ มีประมาณ 300 font

ลองเอาไปใช้กันดูนะครับ

ดาว์นโหลดไฟล์ได้ที่นี่

ลืมบอกไป สำหรับฟฃผู้ที่ไม่รู้นะครับ

แตกไฟล์ออก แล้วไปใสไว้ใน Program File >> AutoCAD 200x >> Fonts

ตัวอย่างฟอนท์
[ ... ]

การคํานวณน้ำหนักเหล็ก

การคำนวณน้ำหนักเหล็ก หรือมวลใดๆ ส่วนประกอบหลักๆ คือ

พื้นที่หน้าตัด ความยาวของวัตถุนั้นๆ และความหนาแน่นของวัตถุ

สูตรจริงๆของมันคือ m = pV

m = มวล หรือน้ำหนักของวัตถุนั้น

p = ความหนาแน่น (จริงๆแล้วมันคือตัว โรล ไม่ใช่ตัว พี แต่เขียนไม่ได้ )

V = ปริมาตรของวัตถุ

ซึ่งความหนาแน่นของเหล็กนั้นเท่ากับ 7850 kg/m3

ดังนั้นการคำนวณ เราต้องเปลี่ยนหน่วย ทุกหน่วยให้เป็น เมตร จึงจะง่ายต่อการคำนวณ

ตัวอย่าง หาน้ำหนักเหล็ก แผ่น 4’ x 8’ หนา 15 มิลลิเมตร

4’ = 1.200 m.

8’ = 2.400 m.

15mm = 0.015 m.

ค่าความหนาแน่น (density) ของเหล็ก = 7850 kg/m3

คำตอบเท่ากับ = 1.2 x 2.4 x 0.015 x 7850 = 339.12 kg.

เหล็กแผ่นนี้มีน้ำหนักประมาณ 340 กิโลกรัม

ง่ายไหมครับ ลองฝึกดูนะครับ

[ ... ]

การทำ Shop Drawing

การทำ Shop drawing แปลง่ายๆ คือ การถอดแบบ เพื่อทำงาน ว่าเราต้องใช้ส่วนประกอบใดในการทำงานบ้าง เป็นสายงานหนึ่งของช่างเขียนแบบ ในที่นี้ผมจะแนะนำการ ถอดแบบ ที่เรียกว่า Fabrication Shop drawing คือการถอดแบบ เพื่อผลิตชิ้นงาน
ยกตัวอย่าง ผมให้ ทำ Shop drawing งานเหล็ก ตามแบบ ( เฉพาะเสา + ไม่คิดงานคอนกรีต )




















เรามาดูกันว่า ขั้นตอนที่จะทำมีอะไรบ้าง

1. ถอดแบบเลยว่ามีชิ้นส่วนใดบ้าง และ ชิ้นส่วนที่เหมือนกันกี่ชิ้น
2. ดูวัสดุ ของงานว่าใช้ วัสดุอะไร
3. เขียนแบบแต่ละชิ้นส่วนและบอกขนาดให้เรียบร้อย

ตัวอย่างในแบบจะมีทั้งหมด

- A. Column = WF 200x200x8x12
- B. Anchorage Plate = Pl. 15 mm.
- C. Continuity Plate = Pl. 12 mm. ( 2 Pcs.)
- D. Stiffener = Angle L 100x100x10 mm. ( 2 Pcs.)
- E. Stiffener Plate = Pl. 10 mm. ( 2 Pcs.)

งานนี้เป็นงานละเอียดนะครับ หากเราบอกขนาดผิดช่างประกอบก็ตัดชิ้นส่วนผิด
เราทำงานดีหรือไม่ดี มันก็จะไปบอกตอนที่ ประกอบชิ้นงานล่ะครับว่าเราพลาดตรงไหนบ้าง
แต่ส่วนใหญ่แล้วงานแบบนี้เค้าจะทำขึ้นมาเป็นแบบก่อน 1 ชิ้น ถ้าถูก ถึงจะสั่งทำชิ้นอื่นต่อ
เพราะหน้างานจริงๆนั้น มีเสาเป็นร้อยๆต้น ไม่งั้นคงเจ๊งแน่นอน

การทำ shop drawing โดยปกติ จะแยก ทำ ทีละส่วน เพื่องานต่อการผลิตเช่นจะถอดแบบโรงงานหนึ่ง
เราก็จะแยกเป็น

โครงเสา , โครงหลังคา , คาน , และค่อยทำ Shop Drawing ในชิ้นส่วนย่อยๆอย่าง Purlin Bracing

ตัวอย่างแบบ Shop Drawing

แบบ Shop Drawing ที่ให้นี้เป็นตัวอย่างการถอดแบบโครงสร้างเหล็กนะครับ
[ ... ]

รับแลกลิงค์เพื่อนบ้าน

ช่วงนี้กำลังทำการปรัปปรุงเว็ปไซต์นะครับ

ต้องการเพื่อนบ้าน บางทีอาจจะลง เป็นแบนเนอร์ให้ได้

โพสเว็ป และ รายละเอียดไว้ซักหน่อยนะครับ

ติดต่อมานะครับ เด๋วผมติดไว้ให้
[ ... ]

ประเภทของวาล์ว

ความรู้เรื่องวาล์วและประเภทของวาล์ว

เรามาดูกันก่อนว่าวาล์ว คืออะไร วาล์ว คืออุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ กำหนดการเดินทางของน้ำ ว่าจะให้น้ำไป หรือไม่ให้ไปนั่นเอง

ส่วนประกอบของวาล์ว หลักๆที่ควรรู้

1. Body คือ โครงสร้างหลักนั่นเอง

2. Flange คือหน้าแปลนส่วนประกอบระหว่างท่อกับวาล์วในกรณีที่วาล์วมีขนาดใหญ่ ต้องใช้ สลักยึด

3. Stem คือ แกนกลางในการหมุนวาล์ว หรือที่เรียกว่าก้านนั่นเอง

4. Seat คือ ชิ้นส่วนกันการรั่วไหลของน้ำ มีชนิดที่เป็น ยาง และ โลหะ

5. Hand Wheel หรือ Arm คือ บริเวณที่เปิดปิดวาล์ว ในกรณีที่เป็น Solenoid วาล์ว จะเป็นการควบคุมโดยไฟฟ้า

6. Wedge ฝากั้น ปิด - เปิดน้ำ ในบอลวาล์ว ชิ้นส่วนนี้จะเรียกว่า Ball

ดังนั้นเราจะมาดูกันว่าวาล์ว มีชนิดไหนบ้าง

วาล์วประเภทเป็น ประตูน้ำ มีหน้าที่ควบคุมการปิด - เปิด ทั่วไป เรียกตามลักษณะของอุปกรณ์ที่กั้นน้ำ ดังรูป

Ball Valve















Gate Vale




















Glove Valve















วาล์วที่มีหน้าที่กันน้ำไหลย้อนกลับ หรือ กำหนดให้น้ำไหลไปทางเดียว เช่น

Check Valve













Butterfly Valve














วาล์วที่มีหน้าที่สำหรับระบาย เช่น

Release Valve















ส่วน Solenoid valve นั้นคือวาวล์ปิดเปิดทั่วไปแต่ใช้ไฟฟ้าควบคุมการปิดเปิด

[ ... ]

การออกแบบ ระบบกรองน้ำ ในสระว่ายน้ำ

สำหรับวันนี้จะแนะนำการออกแบบระบบกรองน้ำอย่างง่ายสำหรับ ระบบกรองน้ำสระว่ายน้ำ

การออกแบบงานระบบ จะใช้ การเขียนแบบ Schematic ซึ่งรูปแบบการทำงานจะต้องคิดถึงการไหลเวียนของน้ำแบบครบวงจร คือ ดูดน้ำไปยังระบบกรอง หากน้ำยังใช้ได้ ก็นำกลับไปใช้ หากใช้ไม่ได้แล้ว ก็ระบายทิ้ง

อุปกรณ์ ในการออกแบบ

1. ปั้ม ( Filter Pump ) มีหน้าที่ ดูดน้ำจาก รูระบายน้ำหลักลงไปสู่ ถังกรอง และยังท่อเชื่อมกับท่อดูด เพื่อการทำความสะอาดได้โดยใส่วาล์วควบคุมทิศทางการไหลของน้ำ

2. ถังกรองทราย ( Sand Filter ) ตัวนี้ถ้าต้องการให้น้ำสะอาดมาก อย่างสระว่ายน้ำให้ใส่เป็น D.E. Filter แต่มีราคาแพงกว่า และ ยุ่งยากกว่า เพราะ ยากต่อการทำระบบ Auto Backwash

3. หัวดูดน้ำ ( Vacuum Fitting ) สำหรับ ต่อท่อ เพื่อ ดูดน้ำและสิ่งสกปรก ในการทำความสะอาดบ่อ ระยะห่างเท่ากับรัศมี ของสายดูด สูงสุดที่มีขายในท้องตลาดคือคือ 50 ฟุต

4. หัวจ่ายน้ำ ( Inlet Fitting ) ยิ่งจุดปล่อยน้ำเยอะก็จะทำให้มีน้ำไหลเวียนเยอะ จะทำให้ ไม่มีจุดที่เป็น dead zone หรือบริเวณที่ไม่มีการไหลเวียนของน้ำ แต่ถ้าเยอะไปก็เปลือง ท่อนะครับ

5. ท่อระบายน้ำหลัก ( Main Drain ) สำหรับ ระบายน้ำและระบบหมุนเวียน น้ำในบ่อ กำหนดให้มีอย่างต่ำ 2 จุดเพื่อความปลอดภัยในกรณีที่มีคนอยู่ในบ่อ

6. ถังพักน้ำ ( Surge Tank ) ไว้สำหรับพักน้ำ บริเวณ ราง Gutter เพื่อ รวมน้ำเพื่อให้ปั้มสามารถทำงานได้ ควรมีชุด make up water เพื่อรักษาระดับของน้ำ ( ป้องกันปั้มพังในกรณีที่ไม่มีน้ำให้ดูด )

7. ถังเติมคลอลีน ( Salt chlorinator ) สำหรับ เติมสารคลอลีนเพื่อลด การเกิดตะไคร่ในน้ำ ถ้ามี cost น้อยให้ ใช้เป็นถังเก็บสารคลอลีนแล้วใช้ pump feed จะประหยัดกว่า

ส่วนเรื่องการกำหนดสเป็คหรือขนาดท่อ จะยังไม่สอนวันนี้นะครับ จะสอนคร่าวๆเกี่ยวกับรูปแบบการทำงาน

สำหรับตัวอย่าง ที่ให้มาจะเป็นการ ออกแบบ 2 loop เพื่อเป็นระบบ กรองหลัก และ ระบบกรองย่อยที่บริเวณราง Gutter นะครับ ที่ทำแยกกัน ส่วนหนึ่งเพื่อ รักษาระบบให้น้ำมันปริ่มขอบอยู่ตลอดเวลาครับ

ลองนำไปศึกษาดู สงสัยตรงไหนก็คอมเมนท์มาถามกันได้นะครับ


ตัวอย่าง คลิ๊กที่ภาพเพื่อขยายขนาดภาพ

[ ... ]