Fire Alarm signal จากห้อง Fire pump ไปยังระบบ Fire alarm system ตามมาตรฐาน NFPA-20

การส่ง Alarm Signal จาก Fire Pump Room ไปยัง Fire Alarm System มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วยให้การทำงานของระบบป้องกันอัคคีภัยมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยความจำเป็นของการส่งสัญญาณสามารถแบ่งออกเป็นข้อหลักดังนี้:

1. ตรวจสอบสถานะของ Fire Pump เพื่อให้มั่นใจว่าปั๊มทำงานได้ตามที่ออกแบบไว้เมื่อเกิดเพลิงไหม้

ตัวอย่างสถานะ:

 Pump Running: แจ้งว่าปั๊มเริ่มทำงานเพื่อจ่ายน้ำดับเพลิง

 Failure to Start: แจ้งว่าปั๊มไม่สามารถเริ่มทำงานได้

     2. แจ้งเตือนเหตุขัดข้องในระบบปั๊ม หากปั๊มมีปัญหา เช่น ไฟฟ้าขัดข้องหรือแรงดันน้ำผิดปกติ การแก้ไขปัญหาจะต้องทำอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ระบบพร้อมใช้งาน

ตัวอย่างปัญหาที่แจ้งเตือน:

Phase Loss หรือ Phase Reversal: ไฟฟ้าขาดเฟสหรือลำดับเฟสผิด

Controller Trouble: ปัญหาที่ตู้ควบคุม เช่น การตั้งค่าไม่ถูกต้อง

     3. ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เพลิงไหม้ ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องทราบว่าสถานะของ Fire Pump เป็นอย่างไร เพื่อปรับแผนการดำเนินการได้ทันที

     4. ลดความเสี่ยงและการเพิ่มความปลอดภัย ช่วยให้การดูแลระบบง่ายขึ้น การแจ้งเตือนที่ทันเวลาช่วยลดความเสี่ยงที่ระบบจะล้มเหลวในเวลาที่สำคัญ และเพิ่มความปลอดภัยให้กับบุคลากรและทรัพย์สิน

ตัวอย่าง:

Low Suction Pressure: แจ้งเตือนแรงดันน้ำต่ำ เพื่อแก้ไขปัญหาก่อนระบบหยุดทำงาน

Controller Connected to Alternate Source ทำให้ผู้ดูแลระบบสามารถเตรียมพร้อมตรวจสอบแหล่งจ่ายไฟสำรอง

 

Alarm signal สัญญาณใดบ้างที่ต้องส่งสัญญาณจากห้อง Fire pump ไปยังระบบ Fire alarm ตามมาตรฐาน NFPA-20

 

Diesel fire pump

Pump Running

    สัญญาณแจ้งว่าปั๊มกำลังทำงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานรับรู้สถานะการทำงานของปั๊ม

Control Switch in Off or Manual Position

    สัญญาณแจ้งว่า Control Switch ของปั๊มอยู่ในสถานะ "ปิด (Off)" หรือ "Manual"

    เพื่อป้องกันการไม่ได้ตั้งค่าปั๊มให้อยู่ในโหมดอัตโนมัติ (Auto)

Trouble on Controller or Engine

    สัญญาณแจ้งเตือนว่าเกิดปัญหากับ Controller หรือ Diesel Engine เช่น:

        Controller Error / Battery Voltage Low / Charger Failure

Low Suction Pressure

    สัญญาณแจ้งว่าแรงดันน้ำด้านดูดต่ำกว่า 10 psi (0.68 bar) จากค่าที่กำหนดสำหรับการทำงานของปั๊มที่ต่ออยู่ในลำดับต่อเนื่อง (Series Pump)

 

Electric fire pump

Pump Running

    สัญญาณแจ้งว่าปั๊มกำลังทำงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานรับรู้สถานะการทำงานของปั๊ม

Phase Loss

    สัญญาณแจ้งเตือนว่ามีการสูญเสียเฟสไฟฟ้า (Phase Loss) ซึ่งอาจทำให้ปั๊มไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Phase Reversal

    สัญญาณแจ้งเตือนว่ามีการสลับลำดับเฟสผิดพลาด (Phase Reversal) ซึ่งอาจทำให้มอเตอร์หมุนผิดทิศทาง

Controller Connected to Alternate Source

    สัญญาณแจ้งว่าตัวควบคุมของปั๊มเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟฟ้าสำรอง แสดงสถานะว่าไฟฟ้าหลักมีปัญหาและระบบได้เปลี่ยนไปใช้แหล่งไฟฟ้าสำรอง

Alternate Circuit Breaker Open or Tripped

    แจ้งข้อผิดพลาดในระบบจ่ายไฟสำรอง สัญญาณแจ้งว่าตัว Circuit Breaker สำรอง เปิดหรือทริป ซึ่งอาจส่งผลต่อการจ่ายไฟให้ปั๊ม

ความแตกต่างของ ระบบ fire alarm single stage และ multiple stage และแนวคิดการออกแบบ

1. Single Stage Fire Alarm System

ลักษณะการทำงาน:

  • เมื่อมีการตรวจพบสัญญาณไฟไหม้ เช่น จาก Smoke Detector หรือ Manual Pull Station ระบบจะทำการแจ้งเตือนทันทีทั่วทั้งอาคารหรือพื้นที่ที่ครอบคลุมโดยระบบ
  • สัญญาณแจ้งเตือนประกอบด้วยเสียงสัญญาณ (เช่น Bell หรือ Horn) และไฟกระพริบ (Strobe Light) เพื่อให้ทุกคนรับรู้และอพยพออกจากอาคารทันที

การใช้งาน:

  • เหมาะสำหรับอาคารที่มีขนาดเล็กถึงปานกลาง หรือพื้นที่ที่ไม่มีความซับซ้อนในการอพยพ
  • เช่น สำนักงานขนาดเล็ก, โรงเรียน, โรงแรมขนาดเล็ก

ข้อดี:

  • การทำงานเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
  • ติดตั้งและบำรุงรักษาง่าย

ข้อเสีย:

  • ไม่เหมาะกับอาคารที่มีโซนอพยพหลายส่วน เพราะอาจเกิดความสับสนในการจัดการ

2. Multiple Stage Fire Alarm System

ลักษณะการทำงาน:

  • ระบบนี้มีการแจ้งเตือนเป็น หลายขั้นตอน โดยมีลำดับดังนี้:
    • ขั้นตอนแรก: แจ้งเตือนเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย หรือหน่วยดับเพลิงภายในอาคาร
    • ขั้นตอนที่สอง: หากยืนยันเหตุการณ์หรือสถานการณ์แย่ลง ระบบจะส่งสัญญาณแจ้งเตือนทั่วทั้งอาคารเพื่อให้ทุกคนอพยพ
  • อาจมีการใช้อุปกรณ์แจ้งเตือนแยกตามพื้นที่ เช่น โซนที่ใกล้เหตุการณ์จะได้รับการแจ้งเตือนก่อน

การใช้งาน:

  • เหมาะสำหรับอาคารขนาดใหญ่และซับซ้อน เช่น โรงพยาบาล, ห้างสรรพสินค้า, สนามบิน, โรงงานอุตสาหกรรม
  • ช่วยลดความตื่นตระหนกในพื้นที่ที่ยังไม่มีความเสี่ยง

ข้อดี:

  • ช่วยลดผลกระทบที่เกิดจากการแจ้งเตือนทั่วอาคารในทันที เช่น ความตื่นตระหนกของคนในพื้นที่ที่ปลอดภัย
  • เพิ่มความสามารถในการจัดการเหตุฉุกเฉินเฉพาะจุด

ข้อเสีย:

  • ซับซ้อนในการออกแบบและติดตั้ง
  • ต้องการการฝึกอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

สรุปความแตกต่าง

หัวข้อSingle StageMultiple Stage
การแจ้งเตือนแจ้งเตือนทั่วอาคารทันทีแจ้งเตือนตามลำดับขั้น
การใช้งานอาคารขนาดเล็กถึงปานกลางอาคารขนาดใหญ่และซับซ้อน
ข้อดีเรียบง่าย ติดตั้งง่ายลดความตื่นตระหนก จัดการได้ดี
ข้อเสียอาจเกิดความสับสนในอาคารใหญ่ซับซ้อนและต้องการการฝึกอบรม


ข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้งาน Fire Alarm แบบ Multi-Stage มักจะขึ้นอยู่กับมาตรฐานและกฎหมายที่บังคับใช้ในแต่ละประเทศหรือภูมิภาค โดยทั่วไปจะกำหนดไว้ในมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบสัญญาณเตือนไฟไหม้ เช่น NFPA 72, BS 5839, หรือมาตรฐานท้องถิ่นในแต่ละประเทศ เช่น ในประเทศไทย กฎกระทรวงการก่อสร้างอาคาร (ตาม พรบ. ควบคุมอาคาร)

อาคารที่มักกำหนดให้ใช้ Multi-Stage Fire Alarm System

  1. โรงพยาบาลและสถานพยาบาล

    • การแจ้งเตือนแบบหลายขั้นตอนช่วยลดการตื่นตระหนกของผู้ป่วยที่เคลื่อนย้ายลำบาก
    • การอพยพจะดำเนินการเป็นโซนหรือชั้น โดยพนักงานได้รับการแจ้งเตือนก่อน
  2. อาคารขนาดใหญ่และซับซ้อน

    • เช่น ห้างสรรพสินค้า, ศูนย์การประชุม, สนามบิน
    • เหตุผลคือความซับซ้อนของเส้นทางอพยพ และเพื่อป้องกันความตื่นตระหนกในพื้นที่ที่ยังไม่มีความเสี่ยง
  3. โรงงานอุตสาหกรรม

    • โดยเฉพาะโรงงานที่มีพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น โรงงานเคมีหรือโรงกลั่น
    • แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่เฉพาะส่วนก่อน เพื่อจัดการเหตุและลดผลกระทบต่อการผลิต
  4. อาคารสูงและคอนโดมิเนียม

    • เนื่องจากการอพยพในอาคารสูงต้องใช้เวลามาก การแจ้งเตือนเป็นโซนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการอพยพ
  5. สถานที่ที่มีความหนาแน่นของคนสูง

    • เช่น โรงเรียน, โรงละคร, สถานที่จัดงานขนาดใหญ่
    • เพื่อลดโอกาสเกิดความวุ่นวายในกรณีที่ยังไม่ยืนยันเหตุการณ์

ข้อกำหนดและการออกแบบตามมาตรฐาน

  1. NFPA 72 (National Fire Alarm and Signaling Code)

    • กำหนดให้ Multi-Stage Fire Alarm System ใช้ในกรณีที่ต้องมีการควบคุมการแจ้งเตือนในพื้นที่หรือโซนที่เฉพาะเจาะจง
    • ต้องออกแบบให้ระบบสามารถรองรับการแจ้งเตือนแยกตามโซนได้
  2. BS 5839 (British Standard for Fire Detection and Fire Alarm Systems)

    • ระบุว่าการใช้งาน Multi-Stage จำเป็นในอาคารที่มีความซับซ้อน และการอพยพต้องทำเป็นลำดับ
  3. กฎหมายควบคุมอาคารในประเทศไทย

    • มักระบุไว้ในกฎกระทรวงที่ออกตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร เช่น
      • อาคารสูง (อาคารที่สูงเกิน 23 เมตร)
      • อาคารขนาดใหญ่พิเศษ (พื้นที่ใช้สอยรวม 10,000 ตร.ม. ขึ้นไป)
      • โรงแรมที่มีจำนวนห้องพักเกิน 80 ห้อง

ข้อควรพิจารณาในการเลือก Multi-Stage Fire Alarm

  1. ลักษณะการใช้งานของอาคาร
    หากอาคารมีความซับซ้อนหรือมีพื้นที่ที่ต้องควบคุมการแจ้งเตือนเฉพาะโซน เช่น โรงพยาบาล ควรเลือก Multi-Stage

  2. ข้อกำหนดจากหน่วยงานราชการ
    เช่น การตรวจสอบและอนุมัติโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือหน่วยงานดับเพลิง

  3. ข้อกำหนดจากประกันภัย
    บริษัทประกันภัยอาจกำหนดให้ติดตั้ง Multi-Stage เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยง

บทความที่ได้รับความนิยม